บันทึกครั้งที่ 3
วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เวลา 08.30 - 11.30 น.
ความรู้ที่ได้รับ
วันนี้เรียนเกี่ยวกับเรื่อง หลักเบื้องต้นในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย มีทั้งความหมาย ความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
ความหมายของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
Linda Bierstecker,
1992 กล่าวว่า
การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง (parenteducation) หมายถึง
การให้ผู้ปกครองได้เข้าใจว่าเด็กได้ทำกิจกรรมอะไรที่โรงเรียนอนุบาลหรือศูนย์เด็ก
เพื่อให้ผู้ปกครองได้เข้าใจวิธีการที่จะช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้
ฉันทนา ภาคบงกช (2531) กล่าวว่า
การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง หมายถึง
การให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้งทางร่างกาย
อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญา
เป็นการทำความเข้าใจและสร้างทัศนคติที่ถูกต้องในการอบรมเลี้ยงดู
ตลอดจนบทบาทหน้าที่ในการร่วมมือกันพัฒนาเด็กโดยใช้สื่อต่างๆ
โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้ผู้ปกครองในประเด็กสำคัญ ดังนี้
1. เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติและความต้องการของเด็ก โดยอาศัยพื้นฐานความรู้
และทฤษฏีเกี่ยวกับจิตวิทยาของเด็ก
2. เพื่อให้สามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ
แก่เด็กได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับทางโรงเรียน
วาโร เพ็งสวัสดิ์ (2544) ได้ให้ความหมายของการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองว่า หมายถึง การให้ความรู้
ความเข้าใจแก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย
อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เป็นการสร้างความเข้าใจ สร้างทัศนคติที่ถูกต้อง
ตลอดจนมีบทบาทหน้าที่ในการใช้สื่อต่าง ๆ เพื่อการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
สรุปได้ว่า การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง หมายถึง
การให้ความรู้เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
เพราะเด็กอยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันครอบครัว
การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองถือเป็นกระบวนการทางสังคม
ซึ่งสังคมมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคคลภายในสังคมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในสังคม
ทั้งในและนอกระบบ
ความสำคัญของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
วาโร เพ็งสวัสดิ์ (2544 ) ได้กล่าวถึงความสำคัญของการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองว่า
ผู้ปกครองนับเป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากในการอบรมเลี้ยงดูเด็กเพราะเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับเด็กมากจะทำให้ทราบพฤติกรรมต่าง
ๆ ของเด็กได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของเด็กได้
ไม่ว่าจะเป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ความต้องการด้านอาหาร
ความต้องการด้านความรักและความอบอุ่น ดังนั้น จะเห็นได้ว่า
ผู้ปกครองเป็นบุคคลที่มีความสำคัญในการพัฒนาเด็กให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ
อรุณี หรดาล (2536) กล่าวว่า
การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยมีความสำคัญดังนี้
1.
ช่วยให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก
2.
ช่วยให้ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการอบรมเลี้ยงดู
3.
ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงผลของการกระทำของตนเองที่จะมีต่อเด็กอันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง
4. ช่วยให้ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย
5.
ช่วยให้ผู้ปกครองมีความรู้และฝึกทักษะ
เทคนิคและวิธีการจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้
ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง
6.
ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและผู้ปกครอง ซึ่งจะมีผลดีต่อตัวเด็กโดยตรง
สรุปความสำคัญของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญที่มีต่อการศึกษาเด็กปฐมวัย
สรุปได้ดังนี้
1.
เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก
2.
เป็นการให้ผู้ปกครองได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อการศึกษาของเด็ก
3.
ทำให้ลดความขัดแย้งในการดำเนินงานทางการศึกษา
ช่วยให้การศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
4.
เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาของเด็ก
5.
ช่วยทำให้สถาบันครอบครัวมีความแข็งแรง
วัตถุประสงค์ในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
กุลยา ตันติผลาชีวะ (2542) ได้กล่าวถึงจุดประสงค์ของการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองว่า
มีดังต่อไปนี้
1. สร้างเสริมความรู้ของผู้ปกครองเกี่ยวกับธรรมชาติและพัฒนาการของเด็ก
2.
สร้างเสริมความเข้าใจในบทบาทของผู้ปกครอง และอิทธิพลของครอบครัวที่มีต่อเด็ก
3.
สร้างเจตคติที่ถูกต้องในการเลี้ยงดูเด็ก
4.
สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองในการดูแลเด็ก
5.
สร้างความร่วมมือในการพัฒนาเด็ก
สรุปวัตถุประสงค์ในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองโดยสรุปมีวัตถุประสงค์
ดังนี้
1.
เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการในการอบรมเลี้ยงดูเด็กและให้การศึกษาแก่เด็ก
2.
เพื่อให้ความรู้และวิธีการในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้แก่เด็ก
3.
เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวการศึกษาของเด็กที่โรงเรียนเพื่อให้ที่บ้านเข้าใจตรงกัน
4.
เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองได้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการมีส่วนร่วมส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ให้แก่บุตรหลาน
5.
เพื่อให้ผู้ปกครองได้รับรู้และเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษาให้แก่บุตรหลาน
รูปแบบในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
อรุณี หรดาล (2536 : 6)
ได้อธิบายรูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองไว้ ดังนี้
1.
การมีส่วนร่วมที่บ้าน หมายถึง
การที่ผู้ปกครองให้ความร่วมมือกับสถานศึกษาปฐมวัยในการให้ข้อคิดเห็นเสริมประสบการณ์และการเรียนรู้
สร้างลักษณะนิสัยที่ดี รวมทั้งการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กขณะอยู่บ้าน ซึ่งผู้ปกครองสามารถทำได้หลายวิธี
เช่น การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง หัดให้เด็กช่วยเหลือตัวเอง
ช่วยให้คำแนะนำเด็กเกี่ยวกับการทำงานที่ครูมอบหมาย การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เป็นต้น
2.
การมีส่วนร่วมในสถานศึกษา หมายถึง การที่ผู้ปกครองเข้าไปร่วมกิจกรรม หรือช่วยเหลืองานของสถานศึกษาปฐมวัยที่จัดขึ้น
เช่น การการเข้าร่วมประชุมผู้ปกครอง การไปทัศนศึกษาร่วมกับสถานศึกษา
การร่วมกิจกรรมในวันหยุด เป็นต้น
การจัดการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษา
การให้ความรู้ผู้ปกครอง จึงมีความสำคัญที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดำเนินงาน
เพื่อจัดรูปแบบในการให้ความรู้เพื่อเข้าถึงเป้าหมาย
รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองสามารถกระทำได้ด้วยวิธีการดังนี้
-
การให้ความรู้แบบทางการ (formal) เช่น การบรรยาย การอภิปราย
การโต้วาที ฯลฯ
- การให้ความรู้แบบไม่เป็นทางการ (informal) เช่น การระดมสมอง การประชุมโต๊ะกลม การประชุมกลุ่มย่อย
รูปแบบในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
อรุณี หรดาล (2536) ได้เสนอรูปแบบการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองที่เหมาะสมกับสังคมไทย
ควรมีลักษณะผสมผสานระหว่างรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาความรู้ และขนาดของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีอยู่ 5 ลักษณะ ดังนี้
1.
เป็นรายบุคคล
การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเป็นรายบุคคล ส่วนมากจะจัดแบบไม่เป็นทางการ เช่น
การเยี่ยมบ้าน การสนทนาซักถาม ฯลฯ
2. กลุ่มขนาดเล็ก
รูปแบบการให้ความรู้ในกลุ่มเล็ก ส่วนมากจะจัดแบบไม่เป็นทางการ เช่น การพบปะสนทนา
การประชุมกลุ่มย่อย การประชุมโต๊ะกลม การระดมสมอง ฯลฯ
3.
กลุ่มขนาดใหญ่
อาจจัดได้หลายรูปแบบทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การบรรยาย การอภิปราย
การประชุมเชิงปฏิบัติการ
4.
ระดับชุมชน เช่น การบรรยาย การปาฐกถาหมู่
การโต้วาที การอภิปรายกลุ่ม การสนทนา ฯลฯ
5.
ระดับมวลชน เช่น วิทยุ เทปเสียง วีดีทัศน์
สื่อสิ่งพิมพ์
สรุปได้ว่า
รูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองมี 2 ส่วนหลัก ๆ คือ
การมีส่วนร่วมที่บ้านในการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กทุก ๆ ด้าน
และการมีส่วนร่วมในสถานศึกษา เช่น การเข้าร่วมประชุมร่วมกิจกรรมต่าง ๆ
ตลอดจนการปรึกษา เยี่ยมเยียนซึ่งกันและกัน การมีส่วนร่วมในการทำงาน
เสนอแนวคิดและร่วมตัดสินใจทางการศึกษา
แนวทางการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
กุลยา ตันติผลาชีวะ (2542) ได้กล่าวถึง
แนวทางการจัดกิจกรรมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมไว้ ดังนี้
1. กิจกรรมโรงเรียน ได้แก่
กิจกรรมที่เน้นให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วม โดยทางโรงเรียนเป็นฐานในการจัดกิจกรรม เช่น
การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแนะนำโรงเรียน กิจกรรมการฝึกอบรม
กิจกรรมการแสดงของนักเรียน กิจกรรมอื่นๆ ที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นในโอกาสพิเศษต่าง ๆ
2. กิจกรรมสานสัมพันธ์
เป็นกิจกรรมที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์และความคุ้นเคยกันในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
การสนทนา การเยี่ยมเยียน เช่น
การประชุมปรึกษาเป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียน
พร้อม ๆ กับการแลกเปลี่ยนความรู้กัน การแก้ปัญหาร่วมกัน
การเยี่ยมบ้าน
เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับโรงเรียน
การเยี่ยมบ้านจะไม่ทำบ่อยนัก อาจเป็นภาคเรียนละ 1 ครั้ง ตามความเหมาะสม
3.
กิจกรรมการสื่อสารสนเทศ กิจกรรมนี้จะเน้นให้ผู้ปกครองเป็นผู้รับข้อมูลเป็นหลัก
ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียน ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น โทรศัพท์สายด่วน
จดหมายข่าว โฮมเพจ แผ่นพับของทางโรงเรียน
4. กิจกรรมการศึกษา
เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการเรียน การสอน
เป็นกิจกรรมที่ผู้ปกครองเข้าถึงชั้นเรียน ทั้งเป็นผู้สอน
เป็นผู้ช่วยครูตลอดถึงเป็นที่ปรึกษาสำหรับผู้ปกครองด้วยกัน
5. กิจกรรมบริการ
เป็นกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นเพื่อเป็นการบริการแก่สังคมและครอบครัว ได้แก่
ห้องสมุดของเล่น ศูนย์ดูและเด็ก ศูนย์แลกเปลี่ยนสิ่งของที่ผู้ปกครองเหลือใช้
6. กิจกรรมการตัดสินใจ
เป็นกิจกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองระดับสูง
ที่ผู้ปกครองจะมีส่วนร่วมกับทางโรงเรียนในการตัดสินใจ
และวินิจฉัยสั่งการที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม คือ การวางนโยบายโรงเรียน
การสรรหาบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนาการเรียนการสอน และการพัฒนาหลักสูตร เป็นต้น
อรุณี หรดาล (2536) ได้กล่าวถึงบทบาทของผู้ปกครองไว้ ดังนี้
บทบาทของผู้ใฝ่หาความรู้
-
การเป็นผู้ริเริ่ม – ผู้นำ
- การให้ข้อเท็จจริง
- การอธิบายความหมายเพิ่มเติม
- การถาม
- การแสดงความคิดเห็น
- การสรุป
บทบาทของสมาชิกกลุ่มที่ดี
-
การสนับสนุนให้กำลังใจ
- การประนีประนอม
- การเป็นผู้ฟังที่ดี
- การเป็นผู้ถามที่ดี
- การสังเกตและการจดบันทึกข้อมูล
สรุปบทบาทของผู้ปกครองในการร่วมกิจกรรมการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง
ผู้ปกครองจะต้องรู้บทบาทและหน้าที่ของตน
ทั้งในฐานะผู้อบรมเลี้ยงดูเด็ก ให้การศึกษา
และส่งเสริมพัฒนาการโดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับสถานศึกษาในลักษณะต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับบริบทของตน
บทบาทหน้าที่ของผู้ปกครองจึงควรมีบทบาทในฐานะผู้ร่วมกิจกรรม ในสถานศึกษา
บทบาทในฐานะเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่เด็กทั้งที่บ้านและโรงเรียน
สรุปได้ว่า ผู้ปกครองถือเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อความเจริญเติบโต
พัฒนาการ การเรียนรู้ การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้แก่เด็กปฐมวัย การที่ผู้ปกครองมีความรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องในการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ก็จะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในชีวิตตั้งแต่เริ่มต้น
การให้ความรู้ผู้ปกครองนับเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานทุกฝ่าย
เพื่อดำเนินการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้ผู้ปกครอง หน่วยงานที่มีบทบาทหลักในการให้ความรู้
คำถามท้ายบท
1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองมีความสำคัญอย่างไร
จงอธิบาย
ตอบ การให้การความรู้แก่ผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญที่มีต่อการศึกษาเด็กปฐมวัย
1. เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก
2. เป็นการให้ผู้ปกครองได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อการศึกษาของเด็ก
3. ทำให้ลดความขัดแย้งในการดำเนินงานทางการศึกษา
ช่วยให้การศึกษาเป็นไปในทิศทาง
เดียวกัน
4. เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาของเด็ก
5. ช่วยทำให้สถาบันครอบครัวมีความแข็งแรง
2.
ในสถานศึกษาปฐมวัยสามารถดำเนินกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองในลักษณะหรือรูปแบบใดบ้าง
จงอธิบาย และยกตัวอย่างของกิจกรรม
ตอบ รูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองมี 2 ส่วนหลัก ๆ คือ
- การมีส่วนร่วมที่บ้าน คือ
การที่ผู้ปกครองให้ความร่วมมือกับสถานศึกษาปฐมวัยในการให้ข้อคิดเห็นเสริมประสบการณ์และการเรียนรู้
สร้างลักษณะนิสัยที่ดี รวมทั้งการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กขณะอยู่บ้าน
ซึ่งผู้ปกครองสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง
หัดให้เด็กช่วยเหลือตัวเอง ช่วยให้คำแนะนำเด็กเกี่ยวกับการทำงานที่ครูมอบหมาย
การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นต้น
- การมีส่วนร่วมในสถานศึกษา คือ
การที่ผู้ปกครองเข้าไปร่วมกิจกรรม หรือช่วยเหลืองานของสถานศึกษาปฐมวัยที่จัดขึ้น
เช่น การการเข้าร่วมประชุมผู้ปกครอง การไปทัศนศึกษาร่วมกับสถานศึกษา การร่วมกิจกรรมในวันหยุด
เป็นต้น
3.
นักศึกษามีแนวคิดอย่างในการใช้บ้านเป็นฐานของการให้ความรู้ผู้ปกครอง
ตอบ การใช้บ้านเป็นฐานของการให้ความรู้เป็นสิ่งที่ดี
เพราะบ้านคือสถานที่ที่เด็กและผู้ปกครองใช้ในการอยู่ร่วมกัน เคยชิน
และใกล้ตัวเด็กมากที่สุด และเด็กใช้เวลาในการอยู่บ้านมากกว่าที่โรงเรียน
จึงสามารถใช้บ้านเป็นฐานของการให้ความรู้ผู้ปกครองได้อย่างเหมาะสม
4.
องค์ความรู้ที่จำเป็นในการให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยเกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง
ตอบ 1.พัฒนาการด้านร่างกาย พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก ประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
ด้านสุขอนามัย
3.พัฒนาการด้านสติปัญญา รับรู้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คิดแก้ปัญหา สร้างสรรค์ การจำ เข้าใจศัพท์ และการฝึกพูด ยึดระยะความสนใจ
4.พัฒนาการด้านคุณธรรมจริยธรรม ฝึกอบรมสั่งสอนให้เด็กประพฤติทั้งกาย วาจา ใจ รวมทั้งเป็นต้นแบบที่ดีให้เด็กปฏิบัติตาม
2.พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม
ควบคุมอารฒ์ตนเองในการทำงานและการอยู่กับผู้อื่น มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง
มีระเบียบวินัย การเล่นหรือทำงานเป็นกลุ่ม
3.พัฒนาการด้านสติปัญญา รับรู้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คิดแก้ปัญหา สร้างสรรค์ การจำ เข้าใจศัพท์ และการฝึกพูด ยึดระยะความสนใจ
4.พัฒนาการด้านคุณธรรมจริยธรรม ฝึกอบรมสั่งสอนให้เด็กประพฤติทั้งกาย วาจา ใจ รวมทั้งเป็นต้นแบบที่ดีให้เด็กปฏิบัติตาม
ประเมิน
ประเมินตนเอง : ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนในคาบเเละทำความเข้าใจ
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆสนใจเรียนเป็นอย่างดีเเละมาตรงเวลา
ประเมินอาจารย์ : สอนเข้าใจเเละอธิบายเนื้อหาให้ดูง่ายมากขึ้น









